Showing posts with label จงชื่นชมยินดีในพระเจ้า. Show all posts
Showing posts with label จงชื่นชมยินดีในพระเจ้า. Show all posts

Friday, May 18, 2012

เคล็ดลับแห่งความสุข Steps to Christ in Thai

เคล็ดลับแห่งความสุข
 
คำนำ
 
                หนังสือ เคล็ดลับแห่งความสุข” (Steps to Christ) ที่ท่านถืออยู่ในมือนี้ เป็นหนังสือที่ให้กำลังใจและมีอิทธิพลยก ระดับศีลธรรมและทำให้เป็นคนดี และทั้งยังมียอดจำหน่ายสูงถึงหลายล้านเล่ม หนังสือเล็กๆ เล่มนี้จัดพิมพ์ขึ้นเป็นครั้งแรกใน ปี ค.ศ. 1892 และพิมพ์มาแล้วกว่า เจ็ดสิบภาษา เสริมแรงบันดาลใจให้กับชายหญิงนับร้อยนับพันคนมาแล้วทั่วโลก เป็นหนังสือที่ได้รับการต้อนรับและเป็นที่ต้องการของคนมากมาย จนต้องพิมพ์ติดต่อกันมาหลายครั้งเพื่อตอบสนองกับความต้องการ
                เอเลน จี ไวท์ (ค.ศ. 1827-1915) เป็น ผู้ประพันธ์หนังสือเล่มนี้ ท่านเป็นนักพูดและนักเขียนด้านศาสนา ท่านเกิดใกล้เมืองพอร์ทแลนด์ มลรัฐเมน เริ่มทำงานในแถบมลรัฐนิวอิงแลนด์ ต่อมาภายหลัง ได้เดินทางและขยายงานไปสู่ดินแดนทางภาคกลางและภาคตะวันตกของประเทศสหรัฐ อเมริกา ในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1885 ถึง 1887 ท่านได้อุทิศตนทำงานในเมืองใหญ่ๆ ของทวีปยุโรป ในการเทศนาแต่ละครั้งจะมีคนเข้าฟังกันอย่างหนาแน่น ท่านเขียนหนังสือมากมายและทำงานอย่างเกิดผลทั้งในประเทศออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์เป็นเวลา 9 ปี ผลงานเขียนของท่านมีทั้งหนังสือขนาดใหญ่และขนาดเล็กรวมแล้วกว่าสี่สิบห้า เล่ม หนังสือเหล่านี้ครอบคลุมเรื่องศาสนา การศึกษา สุขอนามัยและครอบครัว และการดำเนินชีวิตคริสเตียน หลายเล่มมียอดจำหน่ายเกินล้านเล่ม หนึ่งในจำนวนนี้มีหนังสือเคล็ดลับแห่งความสุขอยู่ด้วย อีกทั้งยังเป็นที่ชื่นชอบและได้รับการต้อนรับมากที่สุด
                ชื่อหนังสือเล่มนี้บอกให้เราทราบถึงเป้าหมายที่ต้องการ นำผู้อ่านให้ไปถึงพระเยซูคริสต์ พระผู้ทรงเป็นความปรารถนาของคนทั้งโลก เป็นหนังสือที่จะนำย่างก้าวของผู้ที่สงสัยและไม่มีความมั่นใจในชีวิตให้ไป สู่เส้นทางแห่งสันติสุข นำผู้ที่แสวงหาความชอบธรรมและใฝ่หาอุปนิสัยที่สมบูรณ์แบบให้ก้าวเดินต่อไปที ละก้าวตามเส้นทางของชีวิตคริสเตียน ก้าวไปให้ถึงประสบการณ์ของการรู้จักพระพรอันไพบูลย์ ยังเปิดเผยให้ผู้อ่านได้รู้จักพระองค์ผู้ทรงเป็นเคล็ดลับแห่งชัยชนะ และให้เห็นถึงพระคุณของการช่วยให้รอดที่เรียบง่ายและวิธีถนอมรักษาอำนาจยิ่ง ใหญ่ของพระสหายผู้ล้ำเลิศที่สุดของมวลมนุษยชาติ
                พระคริสตธรรมคัมภีร์เดิมบันทึกเรื่องราวของยาโคบไว้ว่า เขาทำผิดและกลัวว่าความบาปจะตัดเขาออกไปจากพระเจ้า แต่ในเวลากลางคืน ในขณะที่เอนกายลงนอน เขาได้ ฝันว่ามีบันไดอันหนึ่งตั้งขึ้นบนแผ่นดินโลกยอดถึงฟ้าสวรรค์ ทูตทั้งหลายของพระเจ้ากำลังขึ้นลงอยู่บนนั้นเขา ได้ยินพระสุรเสียงที่ตรัสมาจากปลายบันไดนั้น เป็นพระดำรัสที่ประโลมใจและให้ความหวังแก่ผู้พเนจร ความฝันนี้ทำให้ยาโคบมองเห็นและเข้าใจว่า มีช่องทางที่เชื่อมโลกให้เข้ากับสวรรค์ พระเจ้าทรงห่วงใยยาโคบอย่างไร ในวันนี้พระองค์ยังทรงห่วงใยท่านอยู่เช่นกัน คณะผู้จัดทำหวังอย่างยิ่งว่า เมื่อท่านอ่านหนังสือเล่มนี้ท่านจะพบทางแห่งความจริงในองค์พระเยซูคริสต์ มีสันติสุขที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ให้ท่านและจะทรงมอบให้แก่ท่าน หากเพียงแต่ท่านจะแสวงหา ด้วยความจริงใจ
                หนังสือเล่มนี้แปลและตรวจสอบความถูกต้องตรงตามต้นฉบับภาษาอังกฤษในส่วนท้ายของทุกย่อหน้า จะมีอักษรและตัวเลขอ้างอิงถึงฉบับมาตรฐานภาษาอังกฤษ ตัวอย่างเช่น SC 75.2 หมายถึง ย่อหน้านั้นแปลมาจาก หนังสือ Steps to Christ ฉบับมาตรฐานภาษาอังกฤษ หน้า 75 ย่อหน้าที่ 2
                ท่านอ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษได้ที่ http//www.whiteestate.org/books/sc/sc.asp
 
ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรผู้อ่านทุกท่าน
 

For more information on this post, please contact 
Alejandro at  mienfield@yahoo.com
 
or contact
Thailand Adventist Mission 
12 Soi Pridi Banomyong 37, Sukhumvit 71
Klongtan Nua, Wattana, Bangkok 10110
 
Telephone: 02-391-3595, 02-391-0525
Fax: 02-381-1928
 
Information:  
P.O. Box 234 Prakanong Bangkok 10110 Thailand

จงชื่นชมยินดีในพระเจ้า


               
เคล็ดลับที่ 13
จงชื่นชมยินดีในพระเจ้า

                พระเจ้าทรงเรียกเชิญให้เหล่าบุตรทั้งหลายของพระองค์มาเป็นตัวแทนของพระ คริสต์  เพื่อให้คนทั้งหลายได้มองเห็นถึงความดีและพระเมตตาคุณของพระเจ้า  พระเยซูทรงเปิดเผยพระลักษณะที่แท้จริงของพระบิดาให้แก่เรา  ดังนั้น  เราจึงต้องแสดงพระคริสต์ให้แก่ชาวโลกที่ไม่รู้จักความรักที่เปี่ยมด้วยความ อ่อนโยนและความเมตตาของพระองค์  พระเยซูตรัสว่า  พระองค์ทรงใช้ข้าพระองค์มาในโลกฉันใด  ข้าพระองค์ก็ใช้เขาไปในโลกฉันนั้น  ข้าพระองค์อยู่ในเขาและพระองค์ทรงอยู่ในข้าพระองค์.....เพื่อโลกจะได้รู้ว่าพระองค์ทรงใช้ข้าพระองค์มา  (ยอห์น 17:18, 23)  อัครทูตเปาโลกล่าวกับผู้ที่เป็นสาวกของพระเยซูว่า  ท่านปรากฏเป็นหนังสือของพระคริสต์  ให้คนทั้งปวงได้รู้และได้อ่าน  (2 โครินธ์ 3:3, 2)  พระเยซูทรงประสงค์ให้บุตรทุกคนของพระองค์นำจดหมายของพระองค์ไปให้แก่โลก  ถ้าท่านเป็นผู้ติดตามของพระคริสต์  พระองค์ทรงฝากให้ท่านนำจดหมายที่อยู่ในตัวของท่าน  ส่งต่อไปให้แก่ครอบครัวของท่าน  ให้แก่หมู่บ้าน  ตามถนนหนทางในละแวกที่ท่านอาศัย  เมื่อพระเยซูสถิตอยู่ในท่าน  พระองค์ทรงปรารถนาตรัสผ่านท่านไปยังจิตใจของผู้ที่ยังไม่คุ้นกับพระองค์บาง ทีพวกเขาไม่ได้อ่านพระคัมภีร์หรือไม่ได้ยินพระสุร เสียงที่พระองค์ตรัสกับเขาผ่านทางพระคริสตธรรมคัมภีร์ในแต่ละหน้า  พวกเขามองไม่เห็นความรักของพระเจ้าที่มีอยู่ในพระราชกิจของพระองค์  แต่หากท่านเป็นตัวแทนที่สัตย์ซื่อของพระเยซูแล้ว  ท่านอาจชักนำพวกเขาให้มาเข้าใจคุณความดีบางประการของพระเจ้าโดยผ่านตัวท่าน  และนำพวกเขาเข้ามาสู่ความรักและการร่วมรับใช้พระองค์  {SC 115.1}
                คริสเตียนเป็นผู้ถือประทีปบนเส้นทางที่มุ่งไปยังสวรรค์  เขาจะต้องสะท้อนความสว่างที่ได้รับจากพระคริสต์ไปให้แก่คนในโลก  ชีวิตและอุปนิสัยของเขาจะต้องทำให้ผู้อื่นเข้าใจพระคริสต์และพระราชกิจแห่งการรับใช้ของพระองค์ได้อย่างถูกต้อง  {SC 115.2}
                หาก เราเป็นตัวแทนของพระคริสต์  เราจะทำให้งานแห่งการรับใช้พระองค์น่าสนใจ  ตามความเป็นจริงคริสเตียนทีเก็บรวบรวมความหดหู่และความโศกเศร้าไว้ในจิต วิญญาณของตนเองและโอดครวญและบ่น  กำลังแสดงตัวอย่างไม่ถูกต้องของพระเจ้าและของชีวิตคริสเตียนให้แก่ผู้อื่น  พวกเขาจะทำให้คนอื่นคิดว่าพระเจ้าไม่ทรงพอพระทัยที่จะให้บุตรของพระองค์มี ความสุขและด้วยการทำเช่นนี้  เขาเป็นพยานเท็จให้กับพระบิดาของเราผู้ทรงสถิตอยู่ในสวรรค์  {SC 116.1}
                ซาตาน ยินดีปรีดาเมื่อมันนำบุตรของพระเจ้าไปสู่ความไม่เชื่อและความหดหู่ใจ  มันชื่นชอบที่เห็นเราขาดความไว้วางใจในพระเจ้า  สงสัยน้ำพระทัยของพระองค์และอำนาจของพระองค์ที่จะช่วยเราให้รอด  มันพอใจเมื่อมันทำให้เรารู้สึกว่า  การทรงนำของพระเจ้าจะนำภัยมาให้เรา  เป็นงานของซาตานที่ต้องการทำให้เรามองเห็นว่าพระเจ้าขาดความเห็นใจและไม่ สงสารผู้ใด  มันอ้างความจริงในเรื่องของพระองค์ไปในทางที่ผิด  มันเสริมแต่งจินตนาภาพเรื่องของพระเจ้าด้วยแนวคิดที่ผิด  และแทนที่เราจะใส่ใจในความจริงเรื่องของพระบิดาบนสวรรค์  สมองขอบงเราไปยึดติดอยู่กับภาพผิดๆ ที่ซาตานได้เอามาให้และหลู่พระเกียรติของพระเจ้าด้วยการไม่วางใจในพระองค์ และบ่นติเตียนพระองค์  ซาตานคอยหาทางอยู่เสมอที่จะทำให้ชีวิตฝ่ายศาสนาเป็นเรื่องที่เศร้าหมอง  มันต้องการทำให้ชีวิตฝ่ายศาสนาเป็นภาระและเต็มไปด้วยความยากลำบาก  และเมื่อคริสเตียนนำเสนอชีวิตฝ่ายศาสนาของเขาเองด้วยภาพเช่นนี้ด้วยความไม่ เชื่อของเขาจึงไปสนับสนุนการหลอกลวงของซาตาน  {SC 116.2}
                คน มากมายที่กำลังเดินอยู่บนเส้นทางแห่งชีวิตได้หมกมุ่นอยู่กับความผิดและความ ล้มเหลวและความผิดหวังของตนเอง  และจิตใจของเขาเต็มไปด้วยความทุกข์และความท้อแท้ใจ  ในขณะที่ข้าพเจ้าอยู่ในทวีปยุโรป  มีน้องหญิงคนหนึ่งที่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้  และเธอตกอยู่ในความทุกข์  เธอเขียนจดหมายมาหาข้าพเจ้าและขอคำหนุนใจ  ในคืนนั้นหลังจากที่ข้าพเจ้าได้อ่านจดหมายของเธอ  ข้าพเจ้าฝันว่า  ข้าพเจ้ากำลังเดินอยู่ในสวนแห่งหนึ่ง  และมีผู้หนึ่งซึ่งดูเหมือนจะเป็นเจ้าของสวนกำลังเดินนำข้าพเจ้าไปตามทางเดิน ของสวน  ข้าพเจ้ากำลังเก็บดอกไม้และเพลิดเพลินอยู่กับกลิ่นหอมของมัน  เมื่อน้องหญิงผู้นี้ซึ่งเดินอยู่เคียงข้างข้าพเจ้าได้ดึงข้าพเจ้าให้หันมา สนใจมองดูหนามบางส่วนที่ขวางอยู่บนทางเดินของเธอ  เธอคร่ำครวญและเศร้าสลดอยู่ตรงนั้น  เธอไม่ได้เดินไปตามทางเดินที่คนนำทางพาไป  แต่กลับเดินเข้าไปสู่กลางขวากและพงหนาม  เธอร้องครวญครางด้วยความท้อใจว่า  น่าเสียดายจริงๆ ที่หนามแหลมพวกนี้ทำลายสวนที่สวยงามแห่งนี้  แล้วคนนำชมสวนตอบว่า  อย่าไปสนใจคมหนามเหล่านั้น  มันเพียงแค่ทำให้คุณเจ็บปวดเท่านั้นเอง  ให้เราเก็บดอกกุหลาบ  ดอกลิลลี่และดอกมะลิกันเถิด  {SC 116.3}
                ประสบการณ์ ชีวิตของท่านไม่มีช่วงสดใสบ้างหรือ  ท่านไม่เคยมีช่วงเวลาอันทรงคุณค่าเมื่อหัวใจของท่านเต้นอย่างมีความสุขเพื่อ ตอบสนองพระวิญญาณของพระเจ้าหรือ  เมื่อท่านมองย้อนกลับไปยังบทต่างๆ ในหน้าหนังสือของประสบการณ์ชีวิตของท่านที่ผ่านๆ มา  ไม่มีหนังสือบันทึกหน้าใดในประสบการณ์ของท่านที่สร้างความสุขให้ท่านบ้าง หรือ  พระสัญญาของพระเจ้าไม่ได้เป็นเหมือนดอกไม้ซึ่งขึ้นอยู่ตามทางเดินของท่านที่ ส่งกลิ่นหอมบ้างหรือ  ท่านจะไม่ให้ความงดงามและความหวานชื่นของดอกไม้เติมจิตใจของท่านให้เต็มด้วย ความสุขบ้างหรือ  {SC  117.1}
                ขวาก หนามเพียงแต่ทำให้ท่านบาดเจ็บและโศกเศร้าใจ  และหากท่านจะเก็บรบรวมแต่สิ่งเหล่านี้  และนำไปเสนอให้แก่ผู้อื่น  ท่านไม่เพียงกำลังดูแคลนพระคุณความดีของพระเจ้าด้วยตัวท่านเองเท่านั้น  แต่ท่านกำลังขัดขวางคนรอบข้างให้ออกไปจากการเดินในทางแห่งชีวิตด้วยหรือไม่  {SC 117.2}
                เป็นการไม่ฉลาดที่จะเก็บรวบรวมความทรงจำที่ไม่ราบรื่นทั้งหมดของชีวิตที่ผ่านมาเอาไว้  รวมทั้งความเลวร้ายและความผิดหวัง  เพื่อพูดและโอดครวญถึงเหตุการณ์เหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก  จนกระทั่งตัวเราเองถูกครอบงำด้วยความท้อแท้  จิตวิญญาณที่ท้อถอยนี้จะเต็มไปด้วยความมืดมน  ความรู้สึกเช่นนี้จะปิดกั้นจิตวิญญาณของเขาเองจากแสงสว่างของพระเจ้า  และยังทอดเงามืดลงบนเส้นทางเดินของผู้อื่นอีกด้วย  {SC 117.3}
                จง ขอบคุณพระเจ้าสำหรับภาพเหตุการณ์อันสดใสซึ่งพระองค์ทรงประทานให้แก่เรา  จงนำคำสัญญาอันประเสริฐที่มีอยู่ในความรักของพระองค์มารวมเข้าด้วยกัน  เพื่อเราจะมองดูภาพเหล่านั้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน  ภาพเหตุการณ์ที่พระบุตรพระเจ้าทรงสละพระบัลลังก์ของพระบิดา  ภาพที่พระองค์ทรงนำความเป็นมนุษย์มาสวมทับความเป็นพระเจ้าเพื่อช่วยมนุษย์ ให้รอดพ้นจากอำนาจของซาตาน  ภาพชัยชนะของพระองค์ที่ทรงทำไว้เพื่อเห็นแก่เรา  ภาพที่พระองค์ได้ทรงเปิดประตูสวรรค์ออกให้แก่มนุษย์  และเปิดเผยให้สายตามนุษย์ได้มองเห็นสถานที่ซึ่งพระเจ้าทรงเปิดเผยพระสิริของ พระองค์  ภาพมนุษย์ซึ่งล้มลงในบาปได้ถูกนำขึ้นมาจากหลุมแห่งความพินาศที่บาปได้ผลัก เขาให้ตกลงไป  และนำเขากลับมาสื่อสัมพันธ์กับพระเจ้าพระผู้ไม่มีขอบเขตจำกัด  และได้อดทนต่อการทดสอบของพระเจ้าผ่านทางความเชื่อในพระผู้ไถ่ของเรา  เราได้สวมเสื้อความชอบธรรมของพระคริสต์  และถูกยกชูขึ้นไปถึงพระบัลลังก์ของพระองค์  เหล่านี้เป็นภาพที่พระเจ้าทรงปรารถนาให้จิตใจของเราใคร่ครวญอยู่เสมอ  {SC 118.1}
                เมื่อ ดูเสมือนหนึ่งว่าเราจะสงสัยในความรักของพระเจ้าและไม่วางใจในพระสัญญาของ พระองค์  เราได้หลู่เกียรติพระองค์และทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์เสียพระทัย  คุณแม่จะรู้สึกอย่างไรกับลูกๆ ที่คอยบ่นต่อว่าเธออยู่เสมอๆ ราวกับว่าเธอไม่เคยหวังดีต่อพวกเขาเลย  ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว  ทุกสิ่งที่เธอทำตลอดชีวิตของเธอนั้น  ก็ทำเพื่อประโยชน์ของพวกเขาและเพื่อให้เขาสุขสบาย  สมมติว่าพวกเขารู้สึกสงสัยในความรักของเธอ  สิ่งนี้จะทำให้หัวใจของเธอแตกสลาย  ผู้ที่เป็นพ่อแม่จะรู้สึกอย่างไร  หากลูกๆ ของเขาทำกับเขาเช่นนี้  และพระบิดาของเราบนสวรรค์จะทรงมีท่าทีต่อเราอย่างไรเมื่อเราไม่ไว้วางใจใน ความรักของพระองค์  ซึ่งเป็นความรักที่ทำให้พระองค์ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์เพื่อที่ เราจะได้มีชีวิต  อัครทูตบันทึกไว้ว่า  พระองค์ผู้มิได้ทรงหวงพระบุตรองค์เดียวของพระองค์แต่ได้ทรงโปรดประทานพระบุตรนั้นเพื่อประโยชน์แก่เรา  ถ้าเช่นนั้นพระองค์จะไม่ทรงโปรดประทานสิ่งสารพัดให้เราทั้งหลาย  ด้วยกันกับพระบุตรนั้นหรือ  (โรม 8:32)  ถึงกระนั้นก็ตาม  มีคนมากมายเพียงไรที่การกระทำของเขาแสดงออกมาให้เห็นเป็นคำพูดว่า  นี่ไม่ใช่สิ่งที่พระเจ้าทรงต้องการให้ฉัน  บางทีพระองค์อาจจะทรงรักคนอื่น  แต่พระองค์ไม่ได้รักฉัน  {SC 118.2}
                สิ่ง เหล่านี้กำลังทำร้ายจิตวิญญาณของท่าน  เพราะคำสงสัยทุกคำที่ท่านกล่าวออกมานั้น  เท่ากับเป็นการเชิญชวนการทดลองของซาตาน  สิ่งนี้ทำให้นิสัยช่างสงสัยในตัวของท่านแกร่งกล้าขึ้น  และทำให้ทูตสวรรค์ที่คอยดูแลท่านเศร้าใจ  เมื่อซาตานล่อลวงท่าน  จงอย่าระบายคำพูดที่สงสัยหรือขุ่นมัวออกมาแม้เพียงสักคำเดียว  หากท่านเลือกที่จะเปิดประตูให้แก่คำเสนอแนะของมัน  สมองของท่านก็จะเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่วางใจและการดื้อเพ่ง  หากท่านกล่าวความรู้สึกของท่านออกมา  คำพูดที่ชวนให้สงสัยทุกคำที่ท่านกล่าวออกมาจะไม่เพียงมีผลกับตัวของท่านเอง เท่านั้น  แต่จะเป็นเมล็ดที่แตกหน่อและเกิดผลในชีวิตของผู้อื่นอีกด้วย  และคงจะไม่มีทางหักล้างอิทธิพลที่มาจากคำพูดของท่านได้  ท่านเองอาจฟื้นคืนจากช่วงเวลาแห่งการทดลองและหลุดพ้นจากกับดักของซาตาน  แต่ผู้อื่นที่ซวนเซเนื่องจากอิทธิพลของท่าน  อาจไม่สามารถหลุดรอดจากความไม่เชื่อที่ท่านกล่าวไว้  การพูดถึงแต่สิ่งที่ให้กำลังและชีวิตแก่จิตวิญญาณ  จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งเพียงไร  {SC 119.1}
                ทูต สวรรค์กำลังคอยฟังว่าท่านกำลังเป็นพยานถึงพระอาจารย์ในสวรรค์ของท่านให้แก่ โลกอย่างไร  จงให้การสนทนาของท่านเป็นเรื่องของพระองค์ผู้ทรงพระชนม์อยู่  เพื่อทรงเป็นผู้แก้ต่างต่อเบื้องพระบิดาให้แก่ท่าน  เมื่อท่านจูงมือของมิตรสหาย  จงให้คำสรรเสริญพระเจ้าติดอยู่บนริมฝีปากของท่านและในจิตใจของท่าน  นี่คือวิธีที่ท่านจะดึงดูดความคิดของเขาเข้าไปหาพระเยซู  {SC 119.2}
                ทุก คนต่างมีความทุกข์ยาก  มีความโศกเศร้าที่แทบจะแบกรับไม่ไหว  มีการทดลองที่ยากจะต่อต้านได้  อย่านำปัญหาของท่านไปบอกแก่เพื่อนมนุษย์ผู้ที่ต้องตาย  แต่จงนำทุกสิ่งมายังพระเจ้าด้วยการอธิษฐาน  จงตั้งเป็นกฎไว้ว่าท่านจะไม่พูดคำพูดที่ชวนให้สงสัยหรือคำพูดที่ทำให้เกิด ความท้อแท้ใจแม้เพียงสักคำเดียว  ท่านสามารถทำให้ชีวิตของผู้อื่นสดใสขึ้นได้มาก  และทำให้ความพยายามของเขาแข็งแกร่งขึ้นด้วยคำพูดที่ให้ความหวังและกำลังใจ ที่บริสุทธิ์  {SC 119.3}
                มีจิตวิญญาณกล้าหาญมากมายที่ถูกบีบคั้นด้วยการทดลองและพร้อมที่จะยอมแพ้ต่อการต่อสู้กับตัวเองและอำนาจของความชั่ว  จงอย่าทำให้ผู้ที่ดิ้นรนอย่างหนักเช่นนี้ท้อใจ  จงให้กำลังใจแก่เขาด้วยคำพูดที่แกร่งกล้าและให้ความหวัง  เพื่อหนุนให้เขาเดินในทางชีวิตของเขาต่อไป  ด้วยการทำเช่นนี้จะทำให้แสงสว่างของพระคริสต์ส่องออกมาจากตัวท่าน  ไม่มีผู้ใดมีชีวิตอยู่เพื่อตนเองฝ่ายเดียว  (โรม 14:7)  อิทธิพลที่ท่านทำไปโดยไม่รู้ตัวนี้  อาจจะทำให้ผู้อื่นมีกำลังใจและเข้มแข็งยิ่งขึ้น  หรือทำให้เขาเกิดความท้อถอยและถูกผลักไสออกห่างจากพระคริสต์และความจริง  {SC 120.1}
                คนมากมายมีแนวคิดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับชีวิตและพระลักษณะของพระคริสต์  พวกเขาคิดว่าชีวิตของพระองค์ไม่อบอุ่นและไม่สดใส  พระองค์มีแต่ความแข็งกร้าว  เข้มงวด  และไม่มีความสุข  คนมากมายมีประสบการณ์ทางศาสนาโดยรวมที่ถูกระบายด้วยภาพที่เศร้าหมองเช่นนี้  {SC 120.2}
                คน มักอ้างเสมอว่าพระเยซูทรงกันแสง  แต่เป็นที่ทราบกันว่าพระองค์ไม่เคยยิ้ม  จริงอยู่  พระผู้ช่วยให้รอดของเราทรงเป็นบุรุษแห่งความเศร้าและทรงคุ้นเคยกับความระทม ทุกข์  เพราะพระองค์ทรงเปิดพระทัยให้กับความทุกข์ยากทั้งหมดของมนุษย์  ถึงแม้ชีวิตของพระองค์จะเป็นชีวิตที่มีแต่การปฏิเสธตนเองและครอบคลุมด้วย เงาแห่งความเจ็บปวดและความห่วงใย  แต่วิญญาณจิตของพระองค์ไม่เคยชอกช้ำ  พระพักตร์ของพระองค์ไม่เคยแสดงออกถึงความเศร้าโศกและความไม่พอใจ  จะมีแต่ความสงบเยือกเย็น  จิตใจของพระองค์เป็นน้ำพุแห่งชีวิต  และทุกหนแห่งที่พระองค์ทรงดำเนินไป  พระองค์ทรงนำการพักผ่อนและสันติสุข  ความสุขและความชื่นชมยินดีไปด้วย  {SC 120.3}
                พระ ผู้ช่วยให้รอดของเราทรงเป็นผู้ที่เคร่งขรึมมากและมีความตั้งใจอันแรงกล้า  แต่พระองค์ไม่เคยมีจิตใจที่ห่อเหี่ยวหรือมีอารมณ์ที่ขุ่นมัว  ชีวิตของผู้ที่ทำตามแบบอย่างของพระองค์จะต้องเต็มไปด้วยเป้าหมายที่ตั้งใจ จริง  ความรู้สึกส่วนตัวของพวกเขาจะเต็มไปด้วยความรับผิดชอบอย่างแท้จริง  ความไม่เอาจริงเอาจังจะต้องถูกควบคุม  จะไม่มีการรื่นเริงที่อึกทึก  ไม่มีการล้อเล่นที่ไม่สุภาพ  แต่ศาสนาของพระเยซูจะมอบความสงบสุขดั่งสายธาร  เป็นศาสนาที่จะไม่ดับแสงสว่างของความสุข  ไม่หยุดยั้งความชื่นบาน  หรือบดบังความแจ่มใสบนใบหน้าที่ยิ้มแย้ม  พระคริสต์เสด็จมาไม่ใช่ให้ผู้อื่นมาคอยรับใช้  แต่ทรงมาเพื่อรับใช้ผู้อื่น  และเมื่อความรักของพระองค์มีอำนาจครอบครองอยู่ในจิตใจแล้ว  เราก็จะทำตามแบบอย่างของพระองค์  {SC 120.4}
                หาก เรารวบรวมความไม่ดีและไม่เป็นธรรมที่ผู้อื่นทำไว้และเก็บไว้ในจุดสุดยอดแห่ง ความคิดของเราแล้ว  จะพบว่าเราจะรักเขาเหมือนเช่นที่พระคริสต์ทรงรักเราไม่ได้  แต่หากความคิดของเราจะมีแต่ความรักและพระเมตตาอันอัศจรรย์ที่พระคริสต์ทรงมี ต่อเราแล้ว  วิญญาณเดียวกันนี้จะไหลออกไปยังผู้อื่น  เราจะรักและเคารพซึ่งกันและกัน  และอดทนต่อความผิดและความไม่สมบูรณ์แบบที่เรามองเห็นอย่างไม่ตั้งใจได้  เราจะต้องปลูกฝังเรื่องความถ่อมตนและความไม่วางใจในตัวเราเอง  รวมทั้งความอดทนที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนต่อความผิดของผู้อื่น  การทำเช่นนี้จะกำจัดใจคับแคบที่เห็นแก่ตัว  และทำให้เราเป็นคนใจกว้างและมีจิตใจที่เผื่อแผ่  {SC 121.1}
                ผู้ประพันธ์สดุดีตรัสว่า  จงวางใจในพระเจ้า  และกระทำความดี  ท่านจึงอาศัยอยู่ในแผ่นดินและชื่นบานอยู่กับความปลอดภัย  (สดุดี 37:3จงวางใจในพระเจ้า  แต่ละวันมีภาระหนักของวันนั้น  มีเรื่องที่เราต้องเอาใจใส่และเรื่องที่นำความกังวลมาให้สำหรับวันนั้นๆ และเมื่อเรามาพบหน้ากัน  เราก็มีความพร้อมเพียงไรที่จะพูดคุยถึงเรื่องของความทุกข์ยากและความลำบาก ของเรา  เราปล่อยปัญหาจำนวนมากที่เราหยิบยืมมาให้บุกรุกตัวเรา  เราปล่อยตัวให้กับความกลัวมากมาย  และเราก็แสดงภาระแห่งความกังวลที่หนักหน่วงออกมาให้เห็น  จนอาจจะทำให้บางคนคิดว่า  เราคงไม่มีพระผู้ช่วยให้รอดผู้ทรงรักและเมตตา  ผู้ทรงพร้อมที่จะคอยฟังคำทูลขอของเราทุกเรื่องและทรงสถิตอยู่กับเราเพื่อ ช่วยเหลือเราในยามที่เราต้องการ  {SC 121.2}
                มี บางคนตกอยู่ในสภาวะของความกลัวอยู่ตลอดเวลาและชอบตามหาปัญหา  ในทุกวันพวกเขาถูกห้อมล้อมด้วยของประทานแห่งความรักของพระเจ้า  ในแต่ละวันเขามีความสุขกับการทรงนำของพระองค์ที่มีอยู่อย่างมากมาย  แต่พวกเขากลับมองข้ามพระพรที่อยู่รอบตัวเขา  ความนึกคิดของเขาหมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่เขาไม่ชอบ  ที่กลัวว่าจะมาถึงตัวเขาหรือเขาอาจหมกมุ่นอยู่กับความทุกข์ยากเล็กน้อย บางอย่างซึ่งอาจจะมีอยู่จริง  แต่เขาปล่อยให้ความทุกข์ยากเหล่านั้นปิดตาของเขาจนมองไม่เห็นสิ่งของมากมาย ที่เขาควรสำนึกในพระคุณ  แทนที่เขาจะผลักความทุกข์ยากที่เขาประสบอยู่นั้นไปให้พระเจ้า  ผู้ทรงเป็นแหล่งเดียวของความช่วยเหลือ  เขากลับปล่อยให้ความทุกข์ยากนั้นแยกตัวเขาเองออกไปจากพระองค์เพราะเขาปลุก ความว้าวุ่นและการโอดครวญขึ้นมา  {SC 121.3}
                เรา จะทำตัวเป็นคนไม่เชื่อเช่นนี้หรือ  ทำไมเราจึงต้องเป็นคนอกตัญญูและขาดความวางใจ  พระเยซูทรงเป็นมิตรของเรา  ชาวสวรรค์ทั้งหมดใส่ใจในความทุกข์สุขของเรา  เราจะต้องไม่ปล่อยให้ความทุกข์ใจและความกังวลของชีวิตประจำวันทำให้สมองของ เราหงุดหงิดและทำให้ความคิดของเรามืดมน  หากเป็นเช่นนี้  เราจะมีแต่เรื่องที่ทำให้เราหงุดหงิดและรำคาญใจอยู่เสมอ  เราจะต้องไม่หมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่ทำให้เรากลัดกลุ่มและบั่นทอนเรา  ซึ่งไม่ช่วยให้เราอดทนต่อการทดลองต่างๆ ได้  {SC 122.1}
                ท่าน อาจจะปวดหัวกับธุรกิจของท่าน  สิ่งที่ท่านคาดหวังไว้อาจจะมืดมนลงไปเรื่อยๆ และท่านอาจจะถูกคุกคามด้วยความรู้สึกของการสูญเสียแต่จงอย่าหมดกำลังใจ  จงมอบความกังวลของท่านไว้กับพระเจ้า  และรักษาความสงบและความชื่นบานไว้  อธิษฐานทูลขอสติปัญญาเพื่อจัดการกับธุรกิจของท่านอย่างสุขุม  และการทำเช่นนี้จะป้องกันความสูญเสียและหายนะได้  จงทำทุกอย่างเท่าที่ท่านสามารถทำได้ในส่วนของท่านเพื่อให้เกิดผลดีที่สุด  พระเยซูทรงสัญญาที่จะประทานความช่วยเหลือ  แต่ไม่ใช่โดยปราศจากความพยายามของท่าน เมื่อท่านทำทุกสิ่งเท่าที่ท่านจะทำได้  พร้อมทั้งพึ่งในพระผู้ช่วยของเราแล้ว  ขอให้ยอมรับผลลัพธ์ด้วยความชื่นบาน  {SC 122.2}
                พระ เจ้าไม่ประสงค์จะให้ประชากรของพระองค์ถูกทับถมด้วยความห่วงใย  แต่พระองค์ผู้เป็นเจ้าของเราไม่เคยหลอกลวงเรา  พระองค์ไม่เคยตรัสกับเราว่า  อย่ากลัวเลย  ไม่มีภัยอันตรายตามทางเดินของท่าน  พระองค์ทรงทราบดีว่า  ตามทางที่เราเดินไปนั้นเต็มไปด้วยการทดลองและภัยอันตราย  และพระองค์ทรงปฏิบัติต่อเราอย่างตรงไปตรงมา  พระองค์ไม่ได้ทรงเสนอที่จะนำประชากรของพระองค์ออกไปจากโลกแห่งความบาปและความชั่ว  แต่พระองค์ทรงชี้ไปยังที่หลบภัยที่เชื่อถือได้  พระองค์ทรงอธิษฐานเพื่อเหล่าสาวกของพระองค์ว่า  ข้าพระองค์ไม่ได้ขอให้พระองค์เอาเขาออกไปจากโลก  แต่ขอปกป้องเขาไว้ให้พ้นจากมารร้าย  พระองค์ตรัสว่า  โลกนี้ท่านจะประสบความทุกข์ยาก  แต่จงชื่นใจเถิด  เพราะว่าเราได้ชนะโลกแล้ว  (ยอห์น 17:15, 16:33)  {SC 122.3}
                ในคำเทศนาบนภูเขาของพระคริสต์  พระองค์ทรงสอนบทเรียนอันมีค่าของความจำเป็นที่จะต้องวางใจในพระเจ้าให้แก่สาวกทั้งหลายของพระองค์  บทเรียนเหล่านี้มีไว้เพื่อให้กำลังใจแก่บุตรทั้งหลายของพระเจ้าตลอดทุกยุคสมัย  และบทเรียนซึ่งเต็มไปด้วยคำชี้แนะและคำเล้าโลมใจมากมายเหล่านี้ได้ตกทอดลงมายังยุคของเรา  พระผู้ช่วยให้รอดทรงชี้ให้บรรดาผู้ติดตามของพระองค์มองดูนกในอากาศที่กำลังส่งเสียงร้องสรรเสริญ  มันไม่ต้องกังวลเรื่องราวใดๆ เพราะ มันมิได้หว่าน  มิได้เกี่ยว  และถึงกระนั้น  พระบิดายิ่งใหญ่ทรงประทานสิ่งที่จำเป็นแก่มัน  พระผู้ช่วยให้รอดตรัสถามว่า  ท่านทั้งหลายมีประเสริฐกว่านกหรือ  (มัทธิว 6:26)  พระผู้ทรงเป็นผู้ดูแลที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์และสัตว์ทั้งหลายได้ทรงกางพระ หัตถ์ของพระองค์ออกและจัดเตรียมทุกสิ่งให้แก่สรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง  นกในอากาศไม่ได้อยู่นอกสายพระเนตรของพระองค์  พระองค์ไม่ได้ทรงใส่อาหารเข้าไปในจงอยปากของมัน  แต่พระองค์ทรงจัดเตรียมสิ่งที่มันต้องการ  พวกมันจะต้องรวบรวมรวงข้าวที่พระองค์ทรงกระจายไว้  มันจะต้องเตรียมวัสดุต่างๆ เพื่อสร้างรังน้อยๆ ของมัน  มันจะต้องเลี้ยงลูกนกน้อยของมัน  มันส่งเสียงร้องเพลงในขณะที่มันทำงานเพราะ  พระบิดาของท่านทั้งหลาย  ผู้ทรงสถิตในสวรรค์ทรงเลี้ยงนกไว้  และ  ท่านทั้งหลายมิประเสริฐกว่านกหรือ  (มัทธิว 6:26)  ท่านทั้งหลายที่นมัสการพระเจ้าด้วยปัญญาและจิตวิญญาณจะมีค่าน้อยกว่านกใน อากาศเหล่านี้หรือ  พระเจ้าผู้ทรงเป็นแหล่งกำเนิดชีวิตของเรา  พระผู้ทรงรักษาชีวิตของเรา  พระองค์ผู้ทรงสร้างเราในพระฉายาของพระองค์จะไม่ทรงจัดเตรียมสิ่งต่างๆ ที่เราต้องการ  หากเพียงแต่เราจะวางใจในพระองค์หรือ  {SC 123.1}
                พระ คริสต์ทรงชี้ให้สาวกทั้งหลายของพระองค์มองดูดอกไม้ในทุ่งนาที่เบ่งบานอยู่ มากมายและส่องรัศมีด้วยความงดงามอันเรียบง่าย  ซึ่งพระบิดาในสวรรค์ทรงเป็นผู้ประทานให้  เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความรักของพระองค์ที่ทรงมีต่อมนุษย์  พระองค์ตรัสว่า  จงพิจารณาดอกไม้ที่ทุ่งนาว่ามันงอกงามเจริญขึ้นได้อย่างไร  ความงามและความเรียบง่ายของดอกไม้ในธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่กว่าสง่าราศีของ กษัตริย์ชาโลมอน  อาภรณ์หรูหราที่สุดที่ตัดเย็บขึ้นมาอย่างประณีตไม่อาจเปรียบเทียบได้กับความ อ่อนหวานและความงดงามอันอิ่มเอิบของดอกไม้ที่พระเจ้าทรงสร้างไว้  พระเยซูตรัสถามว่า  แม้ว่าพระเจ้าทรงตกแต่งหญ้าที่ทุ่งนาอย่างนั้นซึ่งเป็นอยู่วันนี้และวันรุ่งขึ้นต้องทิ้งในเตาไฟ  โอ  ผู้มีความเชื่อน้อย  พระองค์จะไม่ทรงตกแต่งท่านมากยิ่งกว่านั้นหรือ  (มัทธิว 6:28, 30)  หากพระเจ้าผู้ทรงเป็นจิตรกรเอกประทานให้ดอกไม้ที่เรียบง่ายสุดซึ่งจะเหี่ยว แห้งไปในวันเดียวให้มีความละเอียดอ่อนและหลากสีแล้ว  พระองค์จะไม่ทรงใส่ใจดูแลผู้ที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นตามแบบพระฉายาของพระองค์ ให้มากกว่านี้หรือ  บทเรียนของพระคริสต์เหล่านี้  ได้ตำหนิจิตใจที่ปราศจากความเชื่อซึ่งมีแต่ความคิดที่กังวล  ว้าวุ่นและสงสัย  {SC 123.2}
                องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงประสงค์ให้บุตรชายและบุตรหญิงทั้งหลายของพระองค์มีความสุข  มีสันติสุขและเชื่อฟัง  พระเยซูตรัสว่า  เรา มอบสันติสุขไว้ให้แก่ท่านทั้งหลาย  สันติสุขของเราที่ให้แก่ท่านนั้น  เราให้ท่านไม่เหมือนโลกให้อย่าให้ใจของท่านวิตก  และอย่ากลัวเลย  นี่คือสิ่งที่เราได้บอกแก่ท่านทั้งหลายแล้ว  เพื่อให้ความยินดีของเราดำรงอยู่ในท่าน  และให้ความยินดีของท่านเต็มเปี่ยม  (ยอห์น 14:27, 15:11)  {SC 124.1}
                ความ สุขสำราญที่อยู่นอกเส้นทางของหน้าที่ในชีวิตซึ่งหามาได้ด้วยเป้าหมายที่เห็น แก่ตัวนั้นจะเป็นความสุขที่ไม่สมดุล  ชั่วคราวและไม่คงทนถาวร  ความสุขนั้นจะหมดไป  และจิตวิญญาณจะมีแต่ความโดดเดี่ยวและความโศกเศร้าแต่งานรับใช้พระเจ้าจะให้ ความปิติยินดีและความพึงพอใจ  คริสเตียนจะไม่ถูกทอดทิ้งให้เดินอยู่บนเส้นทางที่ไม่แน่นอน  เขาจะไม่ตกอยู่ในความเสียใจและความผิดหวังที่ไร้สาระ  หากเส้นทางชีวิตของเราในปัจจุบันนี้ไม่อาจให้ความสุขสำราญแก่เราแล้ว  เรายังคงมีความสุขได้โดยการมองไปยังชีวิตในภายภาคหน้า  {SC 124.2}
                แม้ ในเวลานี้คริสเตียนยังมีความสุขกับการสื่อสัมพันธ์ร่วมกับพระคริสต์ได้  พวกเขายังจะได้รับแสงสว่างในความรักของพระองค์  การปลอบประโลมซึ่งจะมีอยู่ตลอดไปจากการทรงร่วมสถิตอยู่ด้วยของพระองค์  ทุกย่างก้าวของชีวิตจะนำเราให้เข้าใกล้ชิดพระเยซูมากยิ่งขึ้น  จะนำเราให้มีประสบการณ์ในความรักของพระองค์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น  และจะนำเราให้เข้าใกล้บ้านสันติสุขอันประเสริฐได้อีกก้าวหนึ่ง  ดังนั้น  จงอย่าละทิ้งความเชื่อมั่นของเรา  แต่ให้มีความหวังใจที่มั่นคง  ซึ่งมั่นคงยิ่งกว่าที่เคยมีมา  พระเจ้าทรงช่วยพวกเราจนบัดนี้  และพระองค์ก็จะช่วยเราจนถึงที่สุด  (1 ซามูเอล 7:12)  ให้เรามองไปยังอนุสรณ์  สำคัญที่เตือนความทรงจำของเราว่าพระเจ้าทรงกระทำการใดเพื่อปลอบประโลมใจเรา และทรงช่วยเราให้รอดพ้นจากมือของผู้ทำลาย  ให้เราเก็บความทรงจำถึงพระเมตตาคุณอันอ่อนโยนที่พระเจ้าทรงมีต่อเราให้ใหม่ อยู่เสมอ  น้ำตาที่พระองค์ทรงเช็ดให้  ความเจ็บปวดที่พระองค์ทรงบรรเทาให้ความกังวลที่ทรงขจัดทิ้ง  ความกลัวที่ทรงขับออกไป  ความขัดสนที่ได้ทรงเติมให้เต็ม  พระพรที่ทรงประทานด้วยการทำเช่นนี้  จะเป็นการเพิ่มพละกำลังให้แก่ตัวของเราเองเพื่อเผชิญหน้ากับทุกสิ่งตลอดเส้น ทางการเดินทางของเราที่ยังเหลืออยู่ในโลกนี้  {SC 125.1}
                เราไม่อาจทำอย่างอื่นได้นอกจากมองไปยังความงงงวยใหม่ที่มีในความขัดแย้งที่กำลังจะมาถึง  แต่เรามองย้อนหลังพร้อมกับมองไปยังเบื้องหน้าได้และพูดว่า  พระเจ้าทรงช่วยพวกเราจนบัดนี้  วันคืนของท่านเป็นอย่างไร  ขอให้กำลังของท่านเป็นอย่างนั้น  (1 ซามูเอล 7:12, เฉลยธรรมบัญญัติ 33:25 TKJV)  การทดลองจะไม่หนักเกินกำลังที่เราจะรับได้  ซึ่งเป็นกำลังที่จะช่วยให้เราทนต่อการทดลองนั้นได้  เมื่อเป็นเช่นนั้น  ไม่ว่าเราจะต้องเผชิญหน้ากับงานในสถานที่ใดก็ตาม  ขอให้เราลงมือทำงานนั้น  โดยเชื่อว่า  ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม  พระเจ้าจะประทานกำลังอย่างพอเพียงให้แก่เรา  เพื่อเราจะทนต่อการทดลองที่เราต้องเผชิญ  {SC 125.2}
                และ ในไม่ช้าประตูสวรรค์จะเปิดออกรับเหล่าบุตรทั้งหลายของพระเจ้าและพวกเขาจะได้ ยินคำอวยพรซึ่งเป็นเสมือนดนตรีที่ไพเราะที่สุดดังมาจากพระโอษฐ์ของพระราชา พระผู้ทรงเต็มด้วยพระสิริว่า  ท่านทั้งหลายที่ได้รับพระพรจากพระบิดาของเรา  จงมารับเอาราชอาณาจักร  ซึ่งได้ตระเตรียมไว้สำหรับท่านทั้งหลายตั้งแต่แรกสร้างโลก  (มัทธิว 25:34)  {SC 125.3}
                แล้ว บรรดาผู้ที่ได้รับการช่วยให้รอดจะได้รับการต้อนรับกลับบ้านที่พระเยซูทรงจัด เตรียมไว้ให้พวกเขา  ในสถานที่นั้นจะไม่มีคนถ่อยของแผ่นดินโลก  คนพูดมุสา  คนกราบไหว้รูปเคารพ  คนไม่บริสุทธิ์และคนไม่เชื่อมาเป็นพวกพ้อง  แต่พวกเขาจะมีเพื่อนเป็นผู้ที่ได้ชัยชนะเหนือซาตานและได้สร้างอุปนิสัยที่ สมบูรณ์แบบโดยพระคุณของพระเจ้า  พระโลหิตของพระคริสต์ได้ขจัดความโน้มเอียงที่จะทำบาปทั้งหลาย  ความไม่บริบูรณ์ทั้งหมดที่ทำให้พวกเขาทุกข์ในอยู่ในเวลานี้จะออกไป  และพวกเขาจะได้รับคุณความดีและความสดใสแห่งพระสิริของพระเจ้าซึ่งเจิดจ้า ยิ่งกว่าแสงของดวงอาทิตย์  ความงดงามทางฝ่ายศีลธรรม และอุปนิสัยอันสมบูรณ์แบบของพระคริสต์จะส่องผ่านพวกเขาด้วยคุณค่าที่มากเกิน กว่าความงามที่มองเห็นได้จากภายนอก  พวกเขาจะปราศจากความผิดในขณะที่ยืนอยู่เบื้องหน้าพระบัลลังก์สีขาวที่ยิ่ง ใหญ่ของพระเจ้า  เพื่อจะได้ร่วมรับเกียรติยศและสิทธิพิเศษที่เป็นของทูตสวรรค์ทั้งหลาย  {SC 126.1}
                เมื่อคำนึงถึงมรดกอันรุ่งโรจน์ที่จะเป็นของเขานั้น  เขาจะ  นำอะไรไปและเอาชีวิตของตนกลับคืนมา  เล่า  (มัทธิว 16:26)  เขาอาจจะเป็นคนยากจนแต่เขาจะได้เป็นเจ้าของสมบัติและเกียรติยศที่โลกนี้ไม่ สามารถมอบให้เขาได้  เมื่อจิตวิญญาณได้รับการไถ่ให้รอดและได้รับการชำระจากบาปได้มอบถวายพละกำลัง ทั้งหมดของเขาในการรับใช้พระเจ้าแล้ว  เขาก็จะมีคุณค่ามากเกินมหาศาล  และจะมีความสุขในแผ่นดินสวรรค์ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าและเหล่าทูตสวรรค์ บริสุทธิ์เมื่อมีจิตวิญญาณดวงหนึ่งได้รับความรอด  เป็นความสุขที่แสดงออกมาเป็นบทเพลงแห่งชัยชนะที่บริสุทธิ์  {SC 126.2}

Visit us for more information http://www.greatesthope.com

For more information, please contact 
Alejandro at mienfield@yahoo.com
or contact
Thailand Adventist Mission 
12 Soi Pridi Banomyong 37, Sukhumvit 71
Klongtan Nua, Wattana, Bangkok 10110
 
Telephone: 02-391-3595, 02-391-0525
Fax: 02-381-1928
 
Information:  
P.O. Box 234 Prakanong Bangkok 10110 Thailand
 

VISIT ALSO


http://www.adventist.or.th/

http://thaivop.com/